Journey

ฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ไทย สำหรับผู้ประกอบการและนักลงทุน

hello@journeyasset.comกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

ค้นหาพื้นที่

  • เช่า
  • ซื้อ
  • ย่านน่าสนใจ
  • โกดัง · โรงงาน
  • ฝากความต้องการ
  • บทความ

สำหรับนายหน้า

  • แพ็กเกจนายหน้า
  • ทำเนียบนายหน้า
  • สมัครเป็นนายหน้า

เจ้าของทรัพย์

  • ลงประกาศ
  • แพ็กเกจเจ้าของทรัพย์
  • เครื่องมือบริหารทรัพย์
  • แดชบอร์ดของฉัน

นักลงทุน

  • ข้อมูลนักลงทุน
  • เปรียบเทียบเขต
ค้นหาพื้นที่
  • เช่า
  • ซื้อ
  • ย่านน่าสนใจ
  • โกดัง · โรงงาน
  • ฝากความต้องการ
  • บทความ
สำหรับนายหน้า
  • แพ็กเกจนายหน้า
  • ทำเนียบนายหน้า
  • สมัครเป็นนายหน้า
เจ้าของทรัพย์
  • ลงประกาศ
  • แพ็กเกจเจ้าของทรัพย์
  • เครื่องมือบริหารทรัพย์
  • แดชบอร์ดของฉัน
นักลงทุน
  • ข้อมูลนักลงทุน
  • เปรียบเทียบเขต
  • เกี่ยวกับเรา
  • ติดต่อ
  • ความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนด

© 2026 JourneyAsset Co., Ltd.

Journey
เช่า
ซื้อ
บทความย่านน่าสนใจสำหรับนายหน้าเจ้าของทรัพย์อุตสาหกรรม
เข้าสู่ระบบลงประกาศ
กลับไปบทความ

เปิดร้านใกล้ BTS/MRT: ระยะเดินเท่าไรถึงคุ้ม และข้อมูลที่ควรดูก่อนเซ็นสัญญา

  • เปิดร้านใกล้รถไฟฟ้า
  • ทำเลร้านค้า
  • ระยะเดิน BTS MRT
  • นับคนเดินผ่าน
  • เช่าพื้นที่ร้านค้า
  • เคล็ดลับธุรกิจ·อ่าน ~10 นาที·6 พฤศจิกายน 2569

    โดยทีมงาน JourneyAsset1 ครั้ง

    ระยะใกล้รถไฟฟ้าที่ใช้ได้จริงคือนาทีเดินจากทางออกถึงหน้าร้าน ดูวิธีวัดระยะเดิน นับคนเดินผ่านเอง เช็กคู่แข่งและป้าย ก่อนเซ็นสัญญาเช่าร้าน

    ในบทความนี้
    1. ร้านควรอยู่ห่างสถานีรถไฟฟ้าแค่ไหนถึงจะคุ้ม?
    2. ทำไมระยะเดินจริงถึงต่างจากระยะเส้นตรงบนแผนที่?
    3. ร้านแต่ละประเภทต้องการคนเดินผ่านแบบไหน?
    4. นับคนเดินผ่านหน้าร้านเองทำอย่างไร?
    5. ควรดูคู่แข่งและธุรกิจที่ช่วยส่งเสริมกันอย่างไร?
    6. ป้ายและการมองเห็นหน้าร้านสำคัญแค่ไหน?
    7. ก่อนเซ็นสัญญาเช่าควรเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง?
    8. คำถามที่พบบ่อย
    9. แหล่งอ้างอิง
    สรุปสั้น ระยะที่ “ใกล้รถไฟฟ้า” จริงคือเวลาที่คนใช้เดินจากทางออกสถานีมาถึงหน้าร้าน ไม่ใช่ระยะเส้นตรงบนแผนที่ และแต่ละธุรกิจต้องการคนเดินผ่านคนละแบบ
    • วัดเป็นนาทีเดินจากทางออกที่อยู่ฝั่งเดียวกับร้าน เพราะทางข้ามถนนหรือสะพานลอยทำให้ระยะเดินยาวกว่าระยะบนแผนที่ได้มาก
    • ร้านที่ขายของแบบซื้อติดมือ เช่น กาแฟหรือร้านสะดวกซื้อ ต้องอยู่บนเส้นทางที่คนเดินอยู่แล้ว ส่วนคลินิกที่นัดล่วงหน้าอยู่ไกลกว่านั้นได้
    • นับคนเดินผ่านด้วยตัวเองอย่างน้อย 2 วันธรรมดาและ 1 วันหยุด แยกตามช่วงเวลาและทิศทาง
    • ดูคู่แข่ง ธุรกิจที่ช่วยดึงลูกค้า และมุมที่มองเห็นป้ายจากทางเดิน ก่อนตกลงค่าเช่า

    ร้านควรอยู่ห่างสถานีรถไฟฟ้าแค่ไหนถึงจะคุ้ม?

    ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกร้าน ให้วัดเป็นนาทีเดินจริงจากทางออกสถานี ร้านที่พึ่งลูกค้าแวะซื้อทันทีควรอยู่บนเส้นทางหลักที่คนเดินอยู่แล้วและเดินถึงในไม่กี่นาที ส่วนธุรกิจที่ลูกค้าตั้งใจมาอยู่ไกลกว่านั้นได้ ถ้าเดินถึงง่ายและหาเจอ

    ประกาศเช่ามักเขียนว่า “ห่าง MRT 200 เมตร” ซึ่งมักเป็นระยะเส้นตรง ระยะแบบนี้ไม่ได้บอกว่าคนที่ลงจากรถไฟฟ้าจะเดินผ่านหน้าร้านหรือไม่ ร้านที่ห่าง 300 เมตรแต่อยู่บนทางเดินจากทางออกไปอาคารสำนักงานใหญ่ อาจมีคนเดินผ่านมากกว่าร้านที่ห่าง 100 เมตรในซอยที่ไม่มีใครเดินเข้าไป

    ข้อกำหนดผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2556 หลายข้อใช้ระยะ “500 เมตรจากบริเวณโดยรอบสถานีรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน” เป็นเงื่อนไขอนุญาตกิจการบางประเภท ตัวเลขนี้เป็นเกณฑ์ทางผังเมือง ไม่ได้รับประกันว่าลูกค้าจะเดินมาถึงร้าน

    กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีรถไฟฟ้าหลายระบบ เช่น BTS, MRT สายสีน้ำเงินและสายสีม่วง, สายสีเหลือง, สายสีชมพู, สายสีทอง, แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ และรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง สถานีเปลี่ยนสายหรือสถานีที่เชื่อมห้างมีรูปแบบคนเดินต่างจากสถานีในย่านที่อยู่อาศัย

    ทำไมระยะเดินจริงถึงต่างจากระยะเส้นตรงบนแผนที่?

    เพราะคนต้องเดินตามทางเท้า บันได ทางออก และจุดข้ามถนนที่มีอยู่จริง ร้านที่ห่างจากสถานี 150 เมตรบนแผนที่แต่อยู่อีกฝั่งของถนนใหญ่ อาจต้องเดินขึ้นสะพานลอยและอ้อมไกลจนใช้เวลาหลายนาที ซึ่งมากพอให้คนเลือกร้านอื่นที่อยู่ฝั่งเดียวกับทางออก

    • ทางออกสถานี สถานีหนึ่งมีหลายทางออก คนส่วนใหญ่ใช้ทางออกที่ใกล้จุดหมายของตัวเอง ร้านที่อยู่ใกล้ทางออกที่คนใช้น้อยจะได้ประโยชน์จากสถานีน้อยกว่าที่คิด
    • สะพานลอยและสกายวอล์ก ทางเดินยกระดับพาคนไปลงที่จุดใดจุดหนึ่ง ร้านชั้นล่างที่อยู่ระหว่างทางอาจไม่มีใครเดินผ่าน ขณะที่ร้านตรงจุดลงบันไดได้คนเต็มที่
    • จุดข้ามถนน ถนนหลายช่องจราจรที่ไม่มีทางม้าลายใกล้ ๆ แบ่งย่านออกเป็นสองฝั่งได้จริง
    • สภาพทางเท้า ทางเท้าแคบ มีสิ่งกีดขวาง หรือไม่มีที่กันแดดฝน ทำให้คนเลี่ยงเส้นทางนั้น

    วิธีวัดที่ง่ายที่สุดคือเดินเองพร้อมจับเวลา เริ่มจากจุดลงบันไดของทางออกที่ใกล้ร้านที่สุด เดินด้วยความเร็วปกติในช่วงที่คนเยอะ ถ้าจะแปลงเป็นเมตร ให้สมมติว่าเดินได้นาทีละราว 80 เมตร แต่ในวันที่ร้อน ฝนตก หรือต้องขึ้นสะพานลอย คนจะเดินช้ากว่านั้น

    ข้อมูลตำแหน่งของ JourneyAsset ใช้แนวทางเดียวกัน ระบบมีพิกัดสถานีรถไฟฟ้า 197 สถานีใน 11 เส้นทาง และใช้โครงข่ายทางเท้าจาก OpenStreetMap ถ่วงน้ำหนักการเข้าถึงด้วยการเดินแทนระยะเส้นตรง ดูภาพรวมรายเขตได้ที่ หน้าข้อมูลย่าน

    ร้านแต่ละประเภทต้องการคนเดินผ่านแบบไหน?

    ร้านที่ขายของซื้อทันทีต้องการคนจำนวนมากที่เดินผ่านหน้าร้านพอดี ส่วนธุรกิจที่ลูกค้านัดหรือตั้งใจมาต้องการคนกลุ่มที่ใช่ในรัศมีที่เดินหรือขับรถมาได้ จำนวนคนเดินผ่านอย่างเดียวจึงตัดสินไม่ได้ว่าทำเลไหนดีกว่า ต้องดูว่าเป็นคนกลุ่มไหนและผ่านช่วงเวลาใด

    คำที่ควรรู้คือ catchment หรือพื้นที่ที่ลูกค้าส่วนใหญ่มาจาก สำหรับร้านใกล้สถานี catchment ไม่ได้มีแค่คนที่ลงจากรถไฟฟ้า แต่รวมคนทำงานในอาคารรอบสถานี ผู้อยู่อาศัยในซอยใกล้เคียง และนักเรียนนักศึกษา ซึ่งเดินผ่านในเวลาต่างกัน

    แนวทางเบื้องต้นตามประเภทธุรกิจ (แนวทางจากหลักปฏิบัติทั่วไป ไม่ใช่ข้อมูลสถิติ)
    ประเภทธุรกิจ ระยะเดินจากทางออกที่มักพอรับได้ (แนวทาง) คนเดินผ่านที่ต้องการ ช่วงเวลาที่ควรนับคน เรื่องที่ต้องดูเป็นพิเศษ
    คาเฟ่แบบซื้อกลับ ราว 1–3 นาที บนเส้นทางหลัก คนทำงานและนักเรียนที่ผ่านประจำ เช้าวันธรรมดาและพักกลางวัน ฝั่งถนนที่คนเดินไปทำงาน และที่ยืนรอ
    คลินิก (ทันตกรรม ความงาม กายภาพ) ราว 3–10 นาที ถ้าหาง่ายและมีที่จอดรถ ผู้อยู่อาศัยและคนทำงานที่นัดล่วงหน้า เย็นวันธรรมดาและวันหยุด ป้ายที่เห็นจากถนน ลิฟต์หรือทางลาด ที่จอดรถ
    ร้านสะดวกซื้อหรือร้านของใช้ ราว 1–2 นาที ใกล้ทางออกที่คนใช้มาก คนจำนวนมากที่ผ่านทั้งวัน ทุกช่วง รวมถึงค่ำและวันหยุด จำนวนร้านแบบเดียวกันในระยะเดิน
    บริการสำนักงาน (ถ่ายเอกสาร พัสดุ บัญชี) ราว 3–8 นาที ในกลุ่มอาคารสำนักงาน คนทำงานและธุรกิจขนาดเล็กรอบ ๆ ชั่วโมงทำงานวันธรรมดา จำนวนอาคารสำนักงานในรัศมีเดิน

    นับคนเดินผ่านหน้าร้านเองทำอย่างไร?

    ยืนนับครั้งละ 15 นาทีในหลายช่วงเวลา อย่างน้อย 2 วันธรรมดาและ 1 วันหยุด แยกตามทิศทางและกลุ่มคนที่เห็นชัด แล้วคูณ 4 เพื่อประมาณต่อชั่วโมง วิธีนี้ใช้แค่เครื่องกดนับหรือแอปในมือถือ และตรงกับหน้าร้านจริงมากกว่าตัวเลขรวมของสถานี

    1. ยืนนับหน้าคูหาที่จะเช่า ไม่ใช่หน้าสถานี
    2. เลือกช่วงเวลาให้ตรงกับธุรกิจ เช่น 07:00–09:00, 11:30–13:30, 17:00–19:30 และบ่ายวันหยุด
    3. นับช่วงละ 15 นาที แยกคนที่เดินไปทางสถานีกับคนที่เดินออกจากสถานี
    4. จดกลุ่มคนที่เห็นชัด และจำนวนคนที่หยุดดูหรือเข้าร้านข้างเคียง
    5. บันทึกสภาพอากาศและเหตุการณ์พิเศษ แล้วดูค่าที่ต่ำที่สุดด้วย ไม่ใช่ดูแค่ค่าเฉลี่ย
    แบบฟอร์มบันทึกการนับคนเดินผ่าน (ใช้ซ้ำได้ทุกช่วงเวลา)
    วันที่และวัน ช่วงเวลา (15 นาที) ทิศทาง จำนวนคนเดินผ่าน กลุ่มคนที่เห็นชัด คนที่หยุดดูหรือเข้าร้านข้างเคียง หมายเหตุ (อากาศ เหตุการณ์)
    …07:45–08:00ไปทางสถานี…………
    …07:45–08:00ออกจากสถานี…………
    …12:00–12:15ไปทางสถานี…………

    ตัวอย่างสมมติ ถ้านับได้เฉลี่ย 150 คนต่อ 15 นาที หรือราว 600 คนต่อชั่วโมง และสมมติว่า 1–2% เข้าร้าน จะได้ลูกค้าราว 6–12 คนต่อชั่วโมง อัตราการเข้าร้านนี้เป็นสมมติฐานเพื่อแสดงวิธีคิด ให้แทนด้วยตัวเลขที่สังเกตได้จากร้านข้างเคียงหรือสาขาเดิม

    ถ้าต้องการดูแนวโน้มผู้โดยสาร กรมการขนส่งทางรางเผยแพร่ชุดข้อมูลปริมาณผู้โดยสารระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในแคตตาล็อกข้อมูลของกระทรวงคมนาคม ข้อมูลนี้บอกว่าระบบไหนคนใช้มากขึ้นหรือน้อยลง แต่ไม่ได้บอกว่าจะมีคนเดินผ่านหน้าร้านคุณกี่คน

    ควรดูคู่แข่งและธุรกิจที่ช่วยส่งเสริมกันอย่างไร?

    เดินสำรวจในรัศมีที่ลูกค้าของคุณเดินถึง แล้วจดทั้งร้านที่ขายแบบเดียวกันและธุรกิจที่ดึงคนกลุ่มเดียวกันเข้ามาในย่าน คู่แข่งที่อยู่ใกล้ไม่ได้แย่เสมอไปถ้าความต้องการในย่านมีมากพอ แต่ถ้ามีร้านแบบเดียวกันหลายร้านบนทางเดินสั้น ๆ คุณต้องมีจุดต่างที่ชัด

    • คู่แข่งทางตรง นับจำนวน ดูช่วงราคาและเวลาเปิดปิด ถ้าร้านเดิมมีคิวยาวตลอด อาจแปลว่ายังมีความต้องการเหลือ
    • ธุรกิจที่ช่วยดึงลูกค้า อาคารสำนักงาน โรงเรียน โรงพยาบาล ตลาด หรือฟิตเนส สร้างคนเดินผ่านในเวลาที่คาดได้
    • ความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิด โครงการก่อสร้าง การปิดทางเท้า หรือทางออกสถานีใหม่ เปลี่ยนเส้นทางเดินของทั้งย่านได้ ควรถามเจ้าของและสำนักงานเขตก่อนเซ็นสัญญายาว

    ป้ายและการมองเห็นหน้าร้านสำคัญแค่ไหน?

    สำคัญมาก ถ้าคนที่ออกจากสถานีมองไม่เห็นร้านจากทางที่เดินอยู่ คนเดินผ่านมากแค่ไหนก็ช่วยได้น้อย ให้ยืนดูจากจุดลงบันได จากบนสะพานลอย และจากฝั่งตรงข้าม ว่าเห็นหน้าร้านหรือป้ายชัดหรือไม่ ทั้งตอนกลางวันและหลังมืด

    • สิทธิ์ติดป้าย ขนาด ตำแหน่ง และสิทธิ์ใช้ผนังหรือกันสาด ควรเขียนไว้ในสัญญาเช่า เพราะบางอาคารจำกัดป้ายของผู้เช่าชั้นล่าง
    • กฎหมายควบคุมอาคาร ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ป้ายที่ติดตั้งเหนือที่สาธารณะและมีขนาดเกิน 1 ตารางเมตร หรือหนักรวมโครงสร้างเกิน 10 กิโลกรัม ถือเป็น “อาคาร” ป้ายขนาดใหญ่จึงอาจต้องขออนุญาตก่อนติดตั้ง
    • ภาษีป้าย ป้ายแสดงชื่อหรือโฆษณาธุรกิจอยู่ในขอบเขตของ พ.ร.บ.ภาษีป้าย พ.ศ. 2510 ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้จัดเก็บ ในกรุงเทพฯ คือกรุงเทพมหานคร
    • สิ่งบดบัง ต้นไม้ เสาตอม่อรถไฟฟ้า หรือแผงค้า อาจบังป้ายจากมุมที่คนเดินมา

    ก่อนเซ็นสัญญาเช่าควรเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง?

    ควรมีข้อมูลอย่างน้อย 5 อย่าง ได้แก่ เวลาเดินจริงจากทางออก ตัวเลขนับคนที่นับเองหลายวัน รายชื่อคู่แข่งและธุรกิจที่ช่วยดึงลูกค้าในรัศมีเดิน มุมมองป้ายจากทางเดิน และเงื่อนไขสัญญาเรื่องป้าย การปรับค่าเช่า และระยะเวลาเช่า

    ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ต่อรองค่าเช่าได้ด้วยเหตุผล ไม่ใช่ตัดสินจากคำว่า “ติดรถไฟฟ้า” ในประกาศ ส่วนค่าใช้จ่ายแรกเข้า เงินประกัน และภาษี อ่านต่อได้ใน บทความเรื่องค่าเช่า เงินประกัน และภาษีของพื้นที่เชิงพาณิชย์ และเมื่อเทียบหลายทำเลแล้ว ดูพื้นที่ให้เช่าได้ที่ หน้าค้นหาพื้นที่เช่า

    ถ้าต้องการข้อมูลรอบหมุดเดียวโดยละเอียด เช่น ประชากรในรัศมีเดิน คู่แข่ง และช่วงเวลาที่ย่านคึกคัก Journey Insight ทำรายงานตำแหน่งรายจุดในกรุงเทพฯ ได้ แต่การเดินดูและนับคนเองยังเป็นขั้นตอนที่ไม่ควรข้าม

    คำถามที่พบบ่อย

    ร้านห่างสถานีรถไฟฟ้า 500 เมตรถือว่าใกล้ไหม?

    ขึ้นกับเส้นทางเดิน ถ้าเป็นทางเท้าตรงจากทางออกที่คนใช้อยู่แล้วอาจถือว่าใกล้ แต่ถ้าต้องข้ามถนนใหญ่หรืออ้อมสะพานลอย ร้านแบบซื้อติดมือจะได้ประโยชน์จากสถานีน้อยลงมาก

    ควรนับคนเดินผ่านกี่วันถึงจะเชื่อถือได้?

    อย่างน้อย 2 วันธรรมดาและ 1 วันหยุด ครั้งละ 15 นาทีในหลายช่วงเวลา และควรมีวันที่อากาศไม่ดีอย่างน้อยหนึ่งวัน เพื่อให้เห็นตัวเลขในวันที่แย่ที่สุด

    ทำเลหน้าทางออกสถานีคุ้มกว่าในซอยเสมอไหม?

    ไม่เสมอไป ทำเลหน้าทางออกคุ้มเมื่อธุรกิจพึ่งลูกค้าที่แวะซื้อทันที ส่วนคลินิกหรือบริการที่ลูกค้านัดล่วงหน้าอาจได้ผลดีกว่าในทำเลค่าเช่าต่ำกว่า ถ้ามีป้ายชัดและเดินถึงง่าย

    ใช้ตัวเลขผู้โดยสารรถไฟฟ้าแทนการนับคนหน้าร้านได้ไหม?

    ไม่ได้ ตัวเลขผู้โดยสารบอกแนวโน้มการใช้รถไฟฟ้า แต่ไม่ได้บอกว่าคนเดินออกทางไหนและผ่านหน้าร้านคุณหรือไม่ ต้องนับที่หน้าคูหาจริงประกอบด้วย

    ติดป้ายหน้าร้านต้องขออนุญาตไหม?

    ป้ายที่ติดเหนือที่สาธารณะและมีขนาดเกิน 1 ตารางเมตร หรือหนักรวมโครงสร้างเกิน 10 กิโลกรัม เป็น “อาคาร” ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร จึงอาจต้องขออนุญาต และป้ายธุรกิจยังอยู่ในขอบเขตภาษีป้าย ควรสอบถามสำนักงานเขตหรือท้องถิ่นก่อนติดตั้ง

    ข้อมูล ณ พฤศจิกายน 2569 บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือการลงทุน ช่วงตัวเลขในตารางเป็นแนวทาง ไม่ใช่ข้อมูลสถิติ ข้อกำหนดเรื่องป้าย ภาษี และผังเมืองอาจเปลี่ยนได้ ควรตรวจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนลงทุน

    แหล่งอ้างอิง

    • กรมการขนส่งทางราง
    • ชุดข้อมูลปริมาณผู้โดยสารระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน กรมการขนส่งทางราง (MOT Data Catalog)
    • บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) – BTS
    • บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) – รถไฟฟ้า MRT
    • บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด – รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง
    • กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2556 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 130 ตอนที่ 41 ก, สำเนาเผยแพร่โดยสมาคมสถาปนิกสยามฯ)
    • พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ฉบับรวมของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สำเนาเผยแพร่โดยคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล)
    • OpenStreetMap – ลิขสิทธิ์และสัญญาอนุญาต (ODbL)

    พร้อมหาพื้นที่เชิงพาณิชย์?

    ค้นหาพื้นที่เชิงพาณิชย์ตามทำเลและงบประมาณ พร้อมระยะรถไฟฟ้าและข้อมูลย่าน

    ดูประกาศทั้งหมด

    ในบทความนี้

    1. ร้านควรอยู่ห่างสถานีรถไฟฟ้าแค่ไหนถึงจะคุ้ม?
    2. ทำไมระยะเดินจริงถึงต่างจากระยะเส้นตรงบนแผนที่?
    3. ร้านแต่ละประเภทต้องการคนเดินผ่านแบบไหน?
    4. นับคนเดินผ่านหน้าร้านเองทำอย่างไร?
    5. ควรดูคู่แข่งและธุรกิจที่ช่วยส่งเสริมกันอย่างไร?
    6. ป้ายและการมองเห็นหน้าร้านสำคัญแค่ไหน?
    7. ก่อนเซ็นสัญญาเช่าควรเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง?
    8. คำถามที่พบบ่อย
    9. แหล่งอ้างอิง